วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ภัยเงียบที่เกิดจากการกินอาหารจากกล่องโฟม















ผู้แบ่งปัน (เล่าให้ฟัง)
คุณสร้อยสุฎา  อินตา
ตำแหน่ง :  นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ สำนักงานคลังเขต 1
คุณลิขิต (จด-ประมวล-กลั่นกรอง)
คุณอิมรอน  กระจ่างพัฒน์
ตำแหน่ง : เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ความรู้เกี่ยวกับ : ภัยเงียบที่เกิดจากการกินอาหารจากกล่องโฟม
ช่วงนี้อากาศร้อนถ้าจะให้ซื้อข้าวรับประทานตามร้านริมทางท่ามกลางไอแดดเห็นทีจะนั่งเช็ดเหงื่อกันไม่ไหวง่ายที่สุดคือสั่งอาหารใส่กล่องโฟมเข้าไปรับประทานในที่ทำงานติดแอร์เย็นๆ หรือแม้กระทั่งหลังเลิกงานแล้วข้าวกล่องก็เป็นอาหารที่หาซื้อได้สะดวกที่สุด จะเลือกเมนูไหนก็ตักใส่กล่อง ราคาก็ถูก ประหยัดเวลาทำอาหารเองรับประทานเสร็จก็ไม่ต้องล้าง ท่ามกลางความสะดวกสบายกล่องโฟมก็แฝงไปด้วยภัยเงียบ
นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมให้ความรู้ว่ากล่องโฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไป (Styrofoam) เป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำๆ จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน (Styrene) มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen) ในเพศหญิง
อาหารตามสั่งที่บรรจุกล่องโฟมจึงเป็นแหล่งสะสมสารสไตรีนซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง  สมองเสื่อมง่ายหงุดหงิดง่ายมีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด
ถ้าเป็นผู้ชายรับประทานเข้าไปมากๆ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม และทั้งสองเพศมีโอกาสสูงต่อการเป็นมะเร็งตับ แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกฮอล์เป็นประจำก็ตาม สำหรับสไตรีนถือเป็นสารอันตรายที่สหรัฐเพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟมลูกมีโอกาสสมองเสื่อมเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า

ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสไตรีนในกล่องโฟมได้ง่ายถึง 5 ปัจจัย ได้แก่
1.อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ทำให้สไตรีนซึมเข้าสู่อาหารได้สูง
2.ถ้าปรุงอาหารโดยใส่น้ำมัน น้ำส้มสายชูแอลกอฮอล์ จะดูดสารสไตรีนจากกล่องโฟมได้มากกว่าปกติ
3.ถ้าซื้ออาหารใส่กล่องทิ้งไว้นานๆไม่ได้รับประทาน อาหารจะดูดสารสไตรีนได้มาก
4.ถ้านำอาหารที่บรรจุโฟมเข้าไมโครเวฟ สไตรีนจะไหลออกมาในปริมาณมาก 
5.ถ้าอาหารสัมผัสพื้นที่ผิวกล่องโฟมมากๆ รวมถึงร้านไหนตัดถุงพลาสติกใสรองอาหารขอบอกว่าได้รับ       สารก่อมะเร็ง 2 เด้ง ทั้งสไตรีนและไดออกซินจากถุงพลาสติกเลยทีเดียว
นพ.วีรฉัตร เตือนว่าอาหารตามสั่ง หรือข้าวราดแกงที่มักมาคู่กับไข่ดาว หรือไข่เจียวร้อนๆ   ขอเตือนว่า ไข่ดังกล่าวจะไปละลายผนังกล่องโฟม เสมือนรับประทานอาหารคลุกสไตรีนไปด้วย ถึงกระนั้นไข่ดิบที่วางขายในแผงไข่พลาสติก สารสไตรีนมีโอกาสวิ่งเข้าในเปลือกไข่ได้เช่นกัน ถ้าเลือกไข่ดิบควรเลือกซื้อจาก แผงไข่กระดาษจะปลอดภัยที่สุด มนุษย์ข้าวกล่องอย่ามัวซื้อความสะดวกสบายจนลืมใส่ใจสุขภาพของตัวเอง   ถ้ายอมให้ร่างกายเริ่มสะสมสไตรีนตั้งแต่วันนี้รับรองวันหน้าหนีไม่พ้นมะเร็งตัวร้ายเป็นแน่

กล่องชานอ้อยปลอดภัย
มีคำแนะนำจากคุณหมอ ให้ผู้บริโภคสร้างสุขนิสัยการบริโภคใหม่เลี่ยงซื้ออาหารจากกล่องโฟมเปลี่ยนไปใช้ภาชนะทำจากไบโอชานอ้อยแทน จะนำเข้าเตาไมโครเวฟก็ได้และทนต่ออาหารที่มีอุณหภูมิสูงๆได้ ที่สำคัญไร้สารก่อมะเร็งไม่มีผลต่อระบบฮอร์โมนและระบบประสาท กล่องไบโอชานอ้อยย่อยสลายตามธรรมชาติได้ในเวลา 45 วัน ต่างจากโฟมที่ใช้เวลาย่อยสลาย 1,000 ปี พลาสติกที่ใช้เวลา 450 ปี สำหรับคนที่รักสุขภาพเลือกรับประทานผักปลอดสารพิษ แต่ตักใส่กล่องโฟมคุณค่าอาหารก็ไม่มีเหลือเช่นกันดังนั้นควรเลี่ยงกล่องโฟมเป็นดีที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น